Welcome

Hello

 

A n i m a l         E X O              f o o d

    Economics        w r i t e r       b o o k s

 

 

บทความในบล็อกนี้เป็นเพียงการรวบรวมความสนใจของเจ้าของบล็อกผ่านการค้นคว้า(อย่างไม่เป็นแบบแผน)และเขียนออกมาในแบบของตัวเองเพื่อเตือนความจำและแบ่งปันให้ผู้ที่สนใจอ่านกันสนุกๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่เหมาะจะนำไปอ้างอิงเชิงวิชาการใดๆทั้งสิ้นค่ะ อิ_อิ

 

หวังเพียงว่าตัวอักษรเหล่านี้ที่มาจากความเข้าใจของเจ้าของบล็อกเอง(ซึ่งอาจถูกหรือผิดก็เป็นได้)จะเป็นแหล่งจุดประกายเล็กๆที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในเรื่องราวเหล่านี้และนำไปต่อยอดได้ เพราะเจ้าของบล็อกเชื่อเสมอว่าการอ่านและการคิดเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตพัฒนาได้อย่างไม่รู้จบ  ヾ(*´∀`*)ノ

 

 

 bearboobuu
 
Advertisements

[CLIP] Toy poodle พุดเดิ้ลพันธุ์จิ๋ว

            ต่อจากเรื่องที่แล้ว มาดูคลิปกันบ้าง เสียงอิ๋งๆของมันคงทำให้หลายๆคนใจอ่อนอยากจะไปซื้อมันมาเลี้ยงแล้วใช่มั้ยล่ะ ><

Toy poodle พุดเดิ้ลพันธุ์จิ๋ว

www.peteginkeyifdukkani.com   coolspotters.com

                   เฮ้~ วันนี้จะมาเล่าเรื่อง toy poodle แรงบรรดาลใจเรื่องนี้มาจากไค EXO นั่นเอง 5555555 อาจสงสัยว่าเกี่ยวอะไรกับไค คืออย่างงี้เราชอบ EXO มากเลยคนที่เราชอบที่สุดก็คือ…..ซิ่วหมิน EXO-M นั่นเอง เย่ะ เย่ะ (อนุญาติให้ข้ามไปที่เนื้อหาได้ เราขอเพ้อแป๊บ 55555) เรื่องของเรื่องมาจากระหว่างที่เรากำลังดู EXO showtime (เป็นรายการหนึ่งของประเทศเกาหลี) เนื้อหาของรายการในวันนี้คือการตามติดชีวิตสมาชิกทั้ง 12 คนหลังจากโชว์เสร็จ ไค สมาชิกหนึ่งในนั้นเขาได้ไปเล่นกับน้องหมา น้องหมาของไคมีสามตัวชื่อ มุงกู จังกู จังอา หนึ่งในนั้นไคบอกว่าเป็นน้องหมาพันธุ์ poodle toy ซึ่งมันน่ารักมากๆเราก็เลยลองหาข้อมูลดู เลยถือโอกาสนี้เล่าให้เพื่อนๆฟังด้วยละกัน

นี่ๆ ตามไปดูกันด้วย ซิ่วหมินของเราน่ารักสุดๆ 555555555

                      เชิญทุกท่านมายิ้มแย้มกับความน่ารักมุ้งมิ้งของ TOY ได้เลยค่ะ >______<

                                      เชื่อว่าทุกๆคนต้องรู้จักน้องหมาพันธุ์น่ารักอย่างพุดเดิ้ลอยู่แล้ว ถ้าเราลองเจาะลึกไปอีกนิดหน่อยเราจะพบว่าพุดเดิ้ลนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

1. พุดเดิ้ลทอย เป็นพุดเดิ้ลขนาดเล็ก

2. พุดเดิ้ล มินิเจอร์ เป็นพุดเดิ้ลขนาดกลาง

3. พุดเดิ้ล สแตนดาร์ด  เป็นพุดเดิ้ลขนาดใหญ่

                     แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เล็กลงไปอีกนั่นก็คือ สายพันธุ์ พุดเดิ้ลทีคัพ ซึ่งสูงไม่เกิน 8 นิ้วเท่านั้นเอง(ในขณะที่ Toy ผู้เคยครองตำแหน่งจิ๋วมาก่อนหน้านี้ยังสูง 12 นิ้วเลยแหล่ะ) แต่ข้ามประเด็นนี้ไปเพราะในวันนี้เราจะมาเจาะลึกที่น้องทอยของเรา ><

                                       ทอยเป็นน้องหมาพุดเดิ้ลพันธุ์ที่เล็กเกือบที่สุดรองจากพุดเดิ้ลทีคัพความสูงของมันก็จะประมาณ 12 นิ้วน้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัมเท่านั้นเอง(อุ้มไปไหนมาไหนได้สบายๆเลย) มีลักษณะขนนุ่มหยิก เราต้องหมั่นแปรงขนและตัดขนเสมอนะไม่อย่างนั้นขนแสนนุ่มหยิกอาจพันกันจนกลายเป็นสังคตังเหนียวหนึบก็ได้(เราเองก็เคยขี้เกียจปล่อยให้น้องหมาเราเป็นสังคตังจนต้องไปโกนขนทิ้งทั้งตัว รู้สึกผิดจนมาถึงวันนี้ T^T)

                             นิสัยของน้องทอยก็จะคล้ายกับพุดเดิ้ลทั่วไปคือขี้อ้อน ขี้เล่น ประจบ น่ารัก(มาก) แต่มีลักษณะที่ต่างกันคือขี้ระแวงและความอดทนต่ำกว่าพันธุ์ใหญ่ ยิ่งตัวเล็กลงเท่าไหร่นิสัยขี้ระแวงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้มากเท่านั้น

                                ถึงน้องทอยจะขี้ระแวงและความอดทนต่ำแต่ไม่ต้องกลัวไปนว่าน้องทอยจะทำอะไรเรา เพราะมันตัวเล็กจ้อยยังไงล่ะ อย่างมากก็คงจะเห่าแล้ววิ่งหนีไป มีอีกอย่างคือยิ่งน้องหมาตัวเล็กความทนทานต่อโรคก็ยิ่งต่ำ เจ้าของควรจะคำนึงเรื่องนี้ให้ดี

                                  อย่างแรกที่ต้องทำคือรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย อาหารก็เช่นเดียวกันควรให้อาหารสำเร็จรูปตามสูตร ตามอายุ อีกเรื่องคือความสะอาดของตัวน้องทอย มีสองสิ่งที่สำคัญมากคือตาและหู คนที่เลี้ยงพุดเดิ้ลหรือน้องหมาพันธุ์อื่นๆอาจจะรู้สึกได้ว่าบางครั้งอาบน้ำให้น้องหมาจนหอมฟุ้งแล้วแต่พอดมใกล้ๆก็ได้กลิ่นตุๆ เชื่อไหมว่ากลิ่นนั้นมาจากหู! (ประสบการณ์ตรงเลยค่ะ 555555 ) หลังจากอาบน้ำเสร็จลองเปิดหูน้องหมาดูซักนิดใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดให้เขาซักหน่อย แค่นี้ก็พอจะบรรเทากลิ่นตุๆไปได้บ้างแล้ว

                                          ตา อันนี้ก็สำคัญเพราะดวงตานี้ล่ะที่ทำให้น้องทอยน่ารักแอบแบ้ว และยังสำคัญกับการใช้ชีวิตด้วย เราต้องหมั่นเช็ดตาให้น้องทอยด้วย(ทุกวันเลยยิ่งดีนะ ฮิฮิ) เพราะตาน้องหมาไม่เหมือนกับตาเรา เวลาที่ขี้ตาออกมาก็จะหลุดออกมารวมกับขนถ้าเราไม่เช็ดออกขนบริเวณตาก็จะแข็กและเหนียวหนึบคราวนี้แหล่ะ ทั้งต้อ ทั้งสังคตัง ทรมานน้องทอยเลยหล่ะ แต่ แต่ อย่าเช็ดแรงนักล่ะ เพราะน้องเค้าบอบบางและเดี๋ยวจะไปทำลายดวงตาของเขาแทนที่จะช่วยรักษาความสะอาด ><

                               โรคที่สำคัญของน้องทอยคือโรคหัวใจ ถ้าเราพบว่าน้องทอยของเราทำอะไรก็เหนื่อยง่าย ซึมเศร้า เบื่ออาหาร เหงือกซีด หายใจลำบาก(ความจริงมันก็เป็นอาการของโรคทั่วๆไปนั่นแหล่ะ) เราควรพาไปหาหมอเลยนะ น้องหมาของเราก็มีอาการแบบนี้ตอนนั้นเราชะล้าใจเลยให้กินแค่ยาพาราของคนไป(ซื้อบื้อและผิดมาก อย่าทำตามนะคะ) จนกระทั่งตามันแดงเหมือนเลือดคั่ง เดินเซไปมา เวลาล้มตัวหงายก็ลุกขึ้นเองไม่ได้ เลยพาไปหาหมอ แต่ก็ไม่ทันแล้ว วันรุ่งขึ้นมันก็ตาย พิมพ์ไปน้ำตาจะไหลค่ะ แง้ๆ จากนั้นมาไม่กล้าเลี้ยงหมาอีกเลย กลัวดูแลมันไม่ดี

                                  ไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว ถ้าเพื่อนๆอยากเลี้ยงจริงๆก็ลองหาจากร้านที่ได้มาตรฐานเอาให้แน่ใจไปเลยว่าน้องหมาที่ซื้อมาปลอดโรค สุขภาพแข็งแรงร้อยเปอร์เซ็น แล้วก็อย่าลืมพามันไปออกกำลังกาย วิ่งเล่นบ้างนะคะ จะได้สุขภาพแข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆ

(นอกเรื่อง) น้ำตาล น้องหมาของเราเอง ตัวที่เล่าประกอบ

(นอกเรื่อง) น้ำตาล น้องหมาของเราเอง ตัวที่เล่าประกอบ

     แอบเอาน้องหมาตัวเองมาลงด้วย คริคริ ตอนนี้มันตายไปแล้วแต่ยังคิดถึงมันสุดๆ ถ้าว่างๆจะมาเล่าเรื่องแสบซนของเค้าให้ฟัง ตอนนี้ห้าทุ่มแล้วขอตัวไปดูซีรีส์ก่อนนะคะ หน้าหนาวแล้วดูแลตัวเองนะฮะเพื่อนๆ 🙂

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก

www.peteginkeyifdukkani.com   coolspotters.com   lmo.jp   www.modista.ro

blogpetsshow.blogspot.com   www.dailypuppy.com   sibu.olx.com.my 

www.dogbreedinfo.com  www.dailymail.co.uk  depositphotos.com

http://www.todayza.com/15521/  http://pet.kapook.com/view150.html

รียบเรียงโดย faabeeeeee

ความฝัน สัตวแพทย์ และเศรษฐศาสตร์

 เจอชื่อตอนไป งงเลยทีเดียว 555555555555555

            สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ว๊างว่างเป็นผลมาจากเหตุการณ์ทางการเมืองเล็กน้อยมหาลัยเลยสั่งปิดยาว มาอัพบล็อกซะเลย

            ตอนแรกก็สับสนนิดนึง กะว่าจะปิดบล็อกนี้เพราะไม่ได้เรียนสัตวแพทย์เหมือนที่วางแผนไว้เลยไม่รู้ว่าจะทำบล็อกเรื่องสัตว์ไปทำไม กลัวจะให้ข้อมูลผิด

             ก่อนอื่นๆ ขอเล่าเรื่องราวชวนสับสนวุ่นวายในชีวิตนิดนึง ฮิฮิ

308130_468976709791494_956464914_n

ย้อนไปตอนอยู่ประมาณมอสี่ตอนนั้นความฝันที่วางแผนไว้คือการเป็นสัตวแพทย์ภาพในหัวตอนนั้นคือ ใส่เสื้อคลุมเก๋ๆมีหมาแมวรุมล้อมใส่ถุงมือยางข้างนึงจับคอแมวข้างนึงถือเข็มฉีดยา (สวยเว่อร์ >___< 555555) เลยตั้งใจเรียนชีวะมากๆ เพราะคิดว่ามันใช้เยอะ อ่านหนังสือเกี่ยวกับสัตวแพทย์ไปเข้าค่ายสัตวแพทย์

 

 

ยิ่งเจอคุณสัตวแพทย์ท่านนึงเขา อุทิศตัวเองให้สัตว์โลกมาก ในค่ายตอนนั้นเขาพาสัตว์แปลกมาแนะนำให้เด็กค่ายรู้จักหนึ่งในนั้นมีนกเงือกก็แนะนำๆไปจู่ๆนกเงือกทำท่าจะอ้วกเขาเลยหยุดพูดแล้วนั่งจ้องนกสักพักแล้วง้างปากนกออกแล้วเอามือ(มือเปล่าๆแบบโนถุงมือ)ล้วงคอมันแล้วหยิบปลาออกมา(คาดว่าปลาติดคอนก) ตอนนั้นเรานั่งอึ้งเลย เหย แบบทำได้ไง ไม่ขยะแขยงหรอแล้วเขาก็พูดๆต่อ จนถึงวันนี้ก็ยังติดตามคุณสัตวแพทย์ท่านนี้ทางเฟซบุ๊คก็จะเห็นเขาเล่าเรื่องราวในการรักษาแต่ละวัน บางวันเขาก็ขับรถไปรับสัตว์ป่วยตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่งเลยยิ่งประทับใจอาชีพนี้

 

 

ทุกอย่างเหมือนจะลงตัวเตรียมตัวพร้อม ใจพร้อม จนถึงมอหกช่วงเวลาแห่งการปล่อยของ&ล่าฝัน โครงการแรกที่สมัครคือสัตวแพทย์นี่แหล่ะเป็นโครงการจุฬาชนบทสาขาสัตวแพทย์(เพราะบ้านอยู่ในพื้นที่โครงการพอดี) ข้อเขียนก็สอบผ่านตามที่ได้เตรียมตัวมานานแต่มาตกขั้นตอนหลังจากนั้นคือการตรวจบ้านก็ตาบวมไปเกือบอาทิตย์ หลังจากนั้นก็สอบโควต้ามช.เลือกสัตวแพทย์นี่หล่ะ ผลคือ…….ติดด้วยเหย ดีใจมากกกกกก

 

 

ต่อมาก็อยากลองของเลยสมัครคณะสัตวแพทย์ของมหิดลอีกที่นึงโดยวิธียื่นคะแนน 7 วิชาสามัญ ผลคือ…. ติดด้วย ดีใจสุดๆ แต่ส่วนลึกจริงๆคืออยากได้ที่ม.เกษตร แต่ต้องรอรอบแอดมิชชั่นเลยกะว่าจะรายงานตัวของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน เหมือนจะมีแต่เรื่องมีความสุขเนอะ

 

 

ความจริงคือฝันร้าย is following you ที่บ้านก็ไม่ค่อยแฮปปี้กับที่เราเลือกทางนี้เท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรนะ แค่ขอให้สอบคณะเศรษฐศาสตร์ของมธ.ไว้เผื่อ (ตอนนั้นผลโควต้ามชกับมหิดลยังไม่ประกาศ) เราก็โอเคเพราะมันสอบแค่สามวิชาไม่ต้องเตรียมตัวใหม่

 

 

พอถึงเวลาพ่อกับแม่ก็พามาสอบผลคือ…. ติดอย่างไม่น่าเชื่อ ก็ดีใจแต่ไม่มากเพราะสัมผัสได้ว่าต้องเลือก T____T

 

 

แล้ววันที่ต้องเลือกก็มาถึงคืออันดับแรกเราสละสิทธิ์สัตวแพทย์ของมหิดลไปแล้ว แล้ว…แล้ว…. สัตวแพทย์มช.กับเศรษฐศาสตร์มธ. สอบสัมภาษณ์ัวันเดียวกัน! ช็อกสิคะ

 

 

เหตุการณ์หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก ;___; สุดท้ายก็ได้มาเป็นลูกแม่โดม ทิ้งความฝันที่เตรียมการไว้มาสามปีแบบมึนๆ

 

 

487191_274406506024471_842606726_n

 

 

 

ตอนนี้ก็เข้าเทอมที่สองของปีหนึ่งแล้ว การได้เรียนอะไรที่ไม่ได้คาดฝันมาก่อนก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนะ ตอนนี้ก็เริ่มชอบมันแล้วล่ะ สนุกกับการเรียนเศรษฐศาสตร์แล้ว ส่วนสัตวแพทย์ก็ยังอยู่ในใจ&ความทรงจำเสมอ ฮิฮิ แล้วก็คิดได้แล้วด้วยว่าถึงจะไม่ได้เรียนสัตวแพทย์แต่ก็จะทำบล็อกนี้ต่อไป ต่อไปและต่อไป อาจจะไม่มีข้อมูลแบบเจาะลึกแต่ก็จะทำตามความชอบและความคิดของเราเองเพราะเรื่องพวกนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว ก็ฝากทุกคนติดตามไปตลอดๆด้วยนะคะ ถ้ามีข้อมูลตรงไหนทะแม่งๆหรือผิดก็บอกได้เลย 

 

                      ปล.ถ้ามีน้องๆมอปลายคนไหนที่ได้อ่าน กำลังสนใจสัตวแพทย์อยู่ก็ถามเราได้นะ ถ้าเราพอจะช่วยให้น้องๆสมหวังได้เราก็ยินดี ย้ำๆ ตอบได้แค่ว่าเข้ายังไง เรียนยังไงเราไม่รู้เพราะไม่ได้เรียน 5555555555 

 

“เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความฝันกับความจริงอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่คนละสิ่งกันซะทีเดียวนะ อิ๊”

 

 

 

กะจะมาทักทายสั้นๆ ยาวซะงั้นเลย

จะมีซักกี่คนนะที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอบคุณมากนะคะ 

คุณโดนมนต์สะกดเราแล้ว จงติดตามบล็อกน้อยๆของเราต่อไป คิคิ

 

391518_642172522461023_748081669_n

โคอาลา [Koala] =3

   ช่วงนี้เทรนด์การเขย่าขนมหมีโคอาล่ามาร์ชกำลังมาแรง เลยขอเกาะกระแสบ้างมาทำความรู้จักกับเจ้าหมีที่ไปอยู่บนกล่องโคอาล่ามาร์ชกันดีกว่าค่ะ >O<

โคอาล่า

โคอาล่า

       โคอาล่าเป็นสัตว์พวกพอสซั่ม เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วนน้ำนมลักษณะคล้ายหนู แต่มีถุงหน้าท้องเหมือนจิงโจ้แถมหน้าตายังเหมือนหมีอีกเลยมักจะถูกเรียกว่า หมีโคอาล่าหรือหมีต้นไม้ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่หมีนะเป็นพอสซั่ม

โคอาล่า

โคอาล่า

โคอาล่า

โคอาล่า

        “โคอาล่า” มาจากภาษาอะบอริจินส์มีความหมายว่า “ไม่กินน้ำ” เนื่องจากพฤติกรรมที่เป็นสัตว์ที่ไม่ดื่มน้ำเลย เพราะได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอจากใบยูคาลิปตัส ความจริงแล้วใบยูคาลิปตัสมีพิษและยังมีสารอาหารน้อยมากๆ โคอาลาจึงมีการปรับตัวทำให้กำจัดสารพิษออกได้และยังมีแบคทีเรียช่วยย่อยก่อนจะดูดซึมอาหาร

ต้นยูคาลิปตัส

ต้นยูคาลิปตัส

   โคอาล่าเป็นสัตว์ที่นอนเยอะมากๆเลยนะ วันละ 16-24 ชั่วโมงเลยอาจจะเพราะว่ามันต้องเก็บพลังงานไว้เนื่องมาจากอาหารที่มันกินเข้าไปพลังงานช่างน้อยยิ่งนัก ฮิฮิ เวลาดูสารคดีเราจึงมักจะเห็นมันเกาะหนึบกับต้นไม้นอนตลอดเลย แม้แต่กระทั่งเวลาจะขยับตัวมันก็จะขยับตัวอย่างเชื่องช้าเหมือนดูภาพสโลวโมชั่นอยู่เลย >___<

โคอาลานอน

โคอาลานอน

โคอาลานอน

โคอาลานอน

โคอาลานอน

โคอาลานอน

      โคอาลาตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 26 ปอนด์ หรือ 11.8 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนักเฉลี่ย17.4 ปอนด์ หรือ 7.9 กิโลกรัม โคอาลาจะสืบพันธุ์ได้เมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไปโดยจะมีลูกปีละตัว ตั้งท้องประมาณ 34-36 วัน ลูกโคอาลาจะอาศัยอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่ และกินนมแม่อยู่นาน 7-8 เดือน เมื่อออกจากถุงหน้าท้องแม่มาแล้วเจ้าลูกน้อยจะอยู่กับแม่อีกประมาณ 1 ปี

โคอาล่าแม่ลูก

โคอาล่าแม่ลูก

koala02

13625332591362533472l

ATT00028

Coala e filhote1

เรียบเรียงโดย
faabeeeeee

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/11837-00/
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2
http://gotoaustralia.exteen.com/20121103/koala-bear

[Other] เรื่องม้า ม้า ฮี่ๆ

          หลังจากไม่ได้มาอัพบล็อกนานมาก เพราะติดกิจธุระส่วนตัว 555555 ต้องจัดการเรื่องเรียนต่อนิดหน่อย(จบมอหกละนะ เฮ้ๆ) ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว ว่างมากกกก >O< เลยเอาเวลามานั่งอ่านบทความเรื่องพวกนี้แล้วสรุปมาให้คนที่สนใจได้อ่านแบบสั้นๆ ถ้ามีส่วนไหนผิดจากความจริงก็ทักท้วงได้นะคะ 😀

ม้า

ม้า

        เรื่องของวันนี้ก็เป็นเรื่องม้า ม้าซึ่งเป็นเรื่องที่จะว่าใกล้ตัวเราก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล ที่ใกล้นี่คือเราคงจะเคยเห้นจากละคร หนังสือนิยายเก่าๆที่เขานิยมใช้ม้าในการออกรบเพราะม้ามีลักษณะที่รวดเร็วว่องไว แต่ปัจจุบันคงไม่ค่อยมีแล้ว ทุกวันนี้จะใช้ม้าในการท่องเที่ยงแบบว่าขี่ริมหาด หุบเขาอะไรแบบนี้มากกว่าเนอะ พอละรู้สึกยิ่งพิมพ์ยิ่งยาว ไปทำความรู้จักกับม้ากันเลยดีกว่าค่าาาาาาาา =W=

ม้า

ม้า

1.ม้ามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Equus ferus caballus

2.ม้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมกีบคี่และเป็นสัตว์กินพืชกระเพาะเดี่ยว

ม้า

ม้า

3.คำเรียกม้า ทั่วไป Horse, Equine

                       ลูกม้าตัวผู้ Foal

                       ลูกม้าตัวเมีย Filly

                       แม่ม้า  Mare

                       พ่อม้า Stallion

4.ม้าตั้งท้องประมาณ 11 เดือน 

5.ม้าจะโตเต็มที่เมื่ออายุห้าปี และมีช่วงอายุประมาณ 25 ถึง 30 ปี

ม้า

ม้า

6.ม้าอยู่รวมกันเป็นฝูงโดยมีม้าตัวเมียอายุมากเป็นผู้นำและในฝูงนั้นจะมีม้าตัวผู้เพียงตัวเดียว =[ ]=

7.ม้าสามารถยืนหลับได้หรือจะล้มตัวลงนอนก็ได้เช่นกัน (เพื่อระวังภัยไง ^___^)

sleeping-horses

sleeping-horses

8.สามารถแบ่งม้าได้เป็น 3 กลุ่ม

                      1.Cold bloods เป็นม้าที่เชื่องช้า มั่นคง ทำงานหนักแบบ ลากขนสิ่งของ เช่น Shire, Clydasdale, Belgian

Clydasdale

Clydasdale

                     

                      2.Hot bloods เป็นม้าวิ่งเร็ว ทนทาน เช่น Hispamo, Arab, Thoroughbred

Thoroughbred

Thoroughbred

                      3.Worm bloods เป็นม้าลูกผสมของสองกลุ่มแรกเช่น Quarter, Appaloosa, Anda-lusian

Anda-lusian

Anda-lusian

9.อาหารหลักของม้า หญ้า ฟางแห้ง หญ้าเฮย์ ข้าวโพด ข้าวเปลือก

10.ม้าดื่มน้ำวันละ 38-45 ลิตรเชียวนะ

11.ม้ามีความเกี่ยวข้องเป็นที่รู้จักของคนไทยมาช้านานนะ จะสังเกตได้จากวรรณคดี

ม้าสีหมอกม้าคู่ใจขุนแผน จากขุนช้างขุนแผน

ม้าสีหมอก

ม้าสีหมอก

ม้าอุปการ จาก รามเกียรติ์

ม้าอุปการ

ม้าอุปการ

ม้าเซ็กเธอว์ม้าคู่ใจกวนอู และ ลิโป้ จาก สามก๊ก

ม้าเซ็กเธาว์

ม้าเซ็กเธาว์

ม้านิลมังกร จากพระอภัยมณี

ม้านิลมังกร

ม้านิลมังกร

***** ครั้งหน้ากะว่าจะพาไปรู้จักกับหมาพันธุ์ใหญ่มากพันธุ์นึง(พอๆกับพันธุ์ทิเบตันที่เคยแนะนำไปแล้ว) ซึ่งพันธุ์นี้มาจากนวนิยายเรื่องเชอร์ล็อกโฮล์มส์ตอนหมาผลาญตระกูล(พึ่งอ่านจบกำลังอินค่า 55555) อยากรู้จักติดตามนะคะ -3-

เรียบเรียงโดย Maneerat  gongsiang

ขอบคุณข้อมูลดีๆและภาพสวยๆจาก

หนังสือความถนัดทางสัตวแพทย์เรื่องม้าโดย นศ.สพ. วสุพล ชาแท่น

วิกิพีเดีย(ม้า)

www.gotoknow.org

www.pukesymphony.persianblog.ir

www.parisaanote.blogfa.com

www.imanehli.com

http://www.syvaha.com